Homewhy Achyteสินค้าWhat newสมัครสมาชิกTips & Trendsผลการใช้ครีมต่างๆhow to useเว็บบอร์ดcontact
product
phytocells
acne
antiaging
eye
white
sun
extact
body
cleansing
bb
hh
oter
ee
se
payment
แจ้งการชำระเงิน
delivery

call center

คุณสมบัติและวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์
EMS

webboard

review

เลขที่ อย










สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 24/11/2007
ปรับปรุง 24/04/2014
สถิติผู้เข้าชม 334,962
Page Views 401,517
สินค้าทั้งหมด 95
 
สมัครงาน
 

Poll

ครีมในดวงใจ
ครีมชะเอม ครีมลดจุดด่างดำ
ครีมหน้าเด้ง ครีมหน้าใส
วิตามิน ซีนาโน หน้าใส
ชุด ฝ้ากระ ลดฝ้า
ครีมหน้าใส ไอดีบีโนน
extra whitening extract ฝ้า กระ
ครีมกันแดดรองพื้น
Super lift up ครีมลดริ้วรอย
เซ็ต สิว
muti acne and oil control ครีมลดสิว
By
รหัสยืนยัน :

Result
 
« April 2014»
SMTWTFS
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930   

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 

make up


ครีมลดฝ้า,ครีมทาฝ้า ใช้ดีมาก


ครีมรักษาสิว,ครีมทาสิว,ครีมแต้มสิว

ครีมทาฝ้า,ครีมรักษาฝ้า, สารสกัดผิวขาว,ลดจุดด่างดำ

ครีมลดริ้วรอยขั้นเทพ,ครีมลดริ้วรอยที่ดีที่สุด,เซรั่มลดริ้วรอย


เจลล้างหน้า,โฟมล้างหน้า, โลชั่นเช็ดเครื่องสำอาง

eyes

magic

ยารักษาสิว

ยารักษาสิว

                  

  กำจัดสิวอักเสบ สิวหนอง สิวหัวช้าง ฝีอักเสบ โดยไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องผ่า

ขึ้นชื่อว่าสิว ถือว่าเป็นโรคผิวหนังอีกชนิดหนึ่งที่เป็นๆหายๆจนทำให้เครียดและน่ารำคาญได้ สำหรับการใช้ยารักษาสิวนั้น เมื่อรักษาหายแล้ว มันก็อาจกลับมาเป็นอีก เหตุเพราะต้นเหตุแห่งสิวมันไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้เพียงครั้งเดียว และปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดของสิวก็มีมากมาย ทั้งปัจจัยภายในตัวเรา ซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้หรือกำจัดให้หมดไปได้ และปัจจัยภายนอกร่ายกายเรา ซึ่งก็ยากที่จะหลบหลีกหรือหลีกเลี่ยงได้ในบางครั้ง ดังนั้นเมื่อเป็นสิวขึ้นมาครั้งใดก็ต้องลงมือรักษาในแต่ละครั้งไป สำหรับยารักษาสิวก็มีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อในท้องตลาด ทั้งยารักษาสิวของไทยและต่างประเทศ ในการเลือกซื้อยารักษาสิวมาใช้ต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดี ในเรื่องผลกระทบ ผลข้างเคียงต่างๆ ทางที่ดีในการใช้ยารักษาสิวควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการใช้ยารักษาสิวผิดหรือผลกระทบที่จะติดตามมา การรักษาสิวที่ถูกวิธีควรรู้ต้นเหตุหรือที่มาของสิวก่อน ว่าเป็นสิวเกิดจากสาเหตุใด เป็นสิวแบบไหน การใช้ยารักษาสิวจะต้องใช้ยาประเภทใด แต่ก็อย่างว่าขึ้นชื่อว่าสิวเป็นโรคผิวหนังที่เป็นๆหายๆอย่างที่กล่าวมา จะใช้ยารักษาชนิดใดยี่ห้อใดก็ตาม ต้องคิดเสมอว่าไม่มียารักษาสิวยี่ห้อใดๆที่สามารถรักษาได้แบบถาวรประเภทไม่มีสิวกลับมาปรากฎอีก ดังนั้นเมื่อรักษาหายไปแล้ว ก็อาจจะกลับมาเป็นใหม่ไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งขึ้นอยู่กับสาเหตุ ทางที่ดีในการใช้ยารักษาสิว ควรมียารักษาสิวที่ป้องกันการเกิดสิวไว้ล่วงหน้าก่อน ซึ่งเป็นการสกัดกั้นก่อนที่จะเกิดสิวขึ้นก่อน การรักษาก็จะทำได้ง่าย รวดเร็ว อย่าปล่อยไว้ให้เรื้อรังอักเสบเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้เกิดแผลเป็นและติดเชื้อได้ ถึงแม้สิวจะไม่ใช่โรคผิวหนังที่ติดต่อกันได้ แต่ก็สามารถรุกลามไปบริเวณเซลล์ข้างเคียงของผู้ที่เป็นได้ ทำให้ขยายวงกว้างขึ้น ทำให้ผิวถูกทำลายได้ง่ายๆเพราะสิว การใช้ยารักษาสิวประเภทยาปฏิชีวนะที่มีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ในบางครั้ง อาจจะทำให้ผิวระคายเคืองได้ ดังนั้นการใช้ยารักษาสิวในแต่ละครั้งควรคำนึงถึงความปลอดภัย การแพ้ยาง่าย ความปลอดภัยต้องมาก่อน แต่ผู้ที่เป็นสิวส่วนมากจะหาซื้อยารักษาสิวมาใช้เอง ซึ่งอาจทำให้ปัญหามากขึ้นกว่าเดิม

  การรักษาสิวแบบต่างๆซึ่งเป็นยารักษาสิวแผนปัจจุบัน

หลักเกณฑ์ในการรักษาสิวค่อนข้างจะตรงไปตรงมาตามพยาธิกำเนิด ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการรักษาไม่สามารถจะรักษาสิวให้หายได้อย่างรวดเร็วทันใจภายใน 1 สัปดาห์ การรักษาอาจจะพอเห็นผลดีขึ้นบ้างอย่างน้อยภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งถ้าได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะดีขึ้นประมาณ
40% เมื่อรักษาได้ครบ 2 เดือน, เมื่อครบ 4 เดือนจะดีขึ้นประมาณ 60% และเมื่อครบ 6 เดือนจะดีขึ้นประมาณ 80% หรือมากกว่ายาทา
ยาทาที่ใช้รักษาสิวออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ ฤทธิ์กำจัดหัวสิว ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ
ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่
1. Benzoyl peroxide ซึ่งออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อ P. acnes และลดปริมาณกรดไขมันอิสระอีกทั้งช่วยลดขนาดและจำนวนของ comedones รวมทั้งรอยสิวที่อักเสบลงได้ด้วย ดังนั้นยานี้ได้ผลดี ทั้งสิวอักเสบและไม่อักเสบ Benzoyl peroxide อาจจะทำให้ ผิวหนังเกิดอาการระคาย แห้ง ลอกและอาการผื่นแพ้จากการสัมผัสได้ แนะนำให้ใช้ยาเพียง 5-10 นาที วันละ 2 ครั้งแล้วล้างยาออกด้วยน้ำเปล่า เมื่อเริ่มคันกับการใช้ยาจึงเพิ่มเวลาในการทายาให้นานขึ้น ผลิตภัณฑ์ Benzoyl peroxide มีหลายรูปแบบในความเข้มข้น 2.5%, 5% และ 10% ในรูปของ gel และ lotion ซึ่งโดยทั่วไปเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของยาในชนิด gel ออกฤทธิ์ดีกว่า lotion และตัวยาในความเข้มข้น 2.5% ได้ผลในการรักษาพอๆ กับ 5% และ 10% อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการระคายผิวน้อยกว่าด้วย

2. antibiotics ชนิดทาเฉพาะที่ ออกฤทธิ์เป็น bacteriostatic และออกฤทธิ์ลดการอักเสบ ยากลุ่มนี้จะได้ผลดีกับรอยโรคชนิดอักเสบ คือ ตุ่มนูนแดงแข็ง (papule) และสิวหนองชนิดตื้นหรือลึก (pustules) แต่รอยโรคแบบ comedo และสิวขนาดใหญ่ เป็นถุงใต้ผิวหนังภายในมีหนองหรือสารเหลวๆ คล้ายเนย (cyst) อาจจะไม่เปลี่ยนแปลง ยา clindamycin และ erythromycin ใช้ทาได้สะดวก และผลที่ได้ใกล้เคียงกัน รองลงมาคือ tetracycline ยากลุ่มนี้ถ้าใช้ต่อไปนาน ๆจะมีเชื้อโรคซึ่งดื้อต่อยา ยาทาต้านเชื้อแบคทีเรียทุกชนิด ใช้ทาวันละ 2 ครั้ง
Topical antibiotic ที่ใช้ทารักษาสิว ได้แก่
2.1 Clindamycin phosphate ความเข้มข้น 1% ใน hydroalcoholic vehicle หรือใน gel ยาทาประกอบด้วย Clindamycin phosphate 10 มก./มล. ใน 50% isopropyl alcohol และ propylene glycol solution หรืออาจจะใช้ตัวยาใน gel
2.2 Erythromycin base solution ความเข้มข้นต่างๆ กัน ตั้งแต่ 1.5-2% ยาทา ประกอบด้วย erythromycin base ใน propylene glycol และ alcohol solution
2.3 Tetracycline hydrochloride solution ประกอบด้วย tetracycline hydrochloride 2.2 มก./มล. ใน 40% ethanol solution หลังการทา tetracycline
hydrochloride แล้ว 1 ชั่วโมงจะทำให้ผิวหนังเป็นสีเหลืองอยู่ชั่วคราว อาจจะล้างออกได้โดยไม่ทำให้ผลของยาลดลง

3. Azelaic acid cream 1,7-heptane decarboxylic acid [COOH-(CH2 ) 7-COOH] เป็นยารักษาสิวที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อ P. acnes และ S. epidermidis อีกทั้งยังลด keratohyalin granules และต้านการสร้าง keratin จึงมีผลยับยั้งการเกิด comedo นอกจากนี้ azelaic acid ยังมีฤทธิ์ยับยั้งการอักเสบแต่ไม่มีผลต่ออัตราการหลั่ง sebum ผลของการรักษาใกล้เคียงกับ benzoyl peroxide และ retinoic acid ในระยะแรกยานี้ใช้ เป็นยาทารักษาฝ้า โดยอาศัยฤทธิ์ที่เป็น competitive inhibitors ของ tyrosinase พบว่าเมื่อใช้ยานี้ทารักษาฝ้า โรคสิวก็ทุเลาขึ้นด้วย และผลดีในการรักษาสิวก็มีรายงานยืนยัน ผลข้างเคียงของยาพบได้บ้าง เช่น อาการแสบ คัน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทนได้ อาจจะใช้ Azelaic acid ครีมอย่างเดียว ทาเพื่อรักษาสิวชนิดที่ไม่รุนแรงนัก แต่อาจจะใช้ร่วมกันกับยารับประทาน เช่น antibiotics หรือ antiandrogens 20% Azelaic acid cream ใช้ทาผิวหนังวันละ 2 ครั้ง

4. Tretinoin (Trans-retinoic acid; Vitamin A acid) ผลิตภัณฑ์ยามีในรูป cream, lotion และ gel มีจำหน่ายในชื่อ Airol® และ Retin-A® หรืออื่นๆ อีก ความเข้มข้นของยา 0.1%, 0.05% cream หรือ 0.05% liquid, 0.01%, 0.025% gel Tretinoin เป็นยาที่ออกฤทธิ์เป็นยาที่กำจัดหัวสิว (comedolytic agent) ที่ดีที่สุด ช่วยยับยั้งการเกิด comedo ขึ้นใหม่ และทำให้ comedo ซึ่งเกิดขึ้นแล้วหลวมตัวหลุดออกไปง่ายขึ้น tretinoin ไม่ เพียงแต่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในแบบแผนของการสร้าง keratin ภายในขุมขนเท่านั้น ยังสามารถลดจำนวนชั้น stratum corneum ที่ปกติด้วย ดังนั้นการทายา tretinoin จึงช่วยให้ยาตัวอื่นผ่านผิวหนังได้ดีขึ้นด้วยTretinoin เหมาะที่จะใช้ทาเพื่อรักษาสิวหัวดำและสิวหัวขาว (comedo acne) อาจจะใช้ยานี้เพียงอย่างเดียว หรือจะใช้ร่วมกับ benzoyl peroxide gel หรือยาทาต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นๆ ด้วยก็ได้

ข้อแนะนำในการใช้ tretinoin ทารักษาสิว มีดังนี้

1. การทายาอาจจะทำให้หน้าแดงและลอกบ้าง ซึ่งเป็นผลของการรักษาแต่จะต้องระวังไม่ให้แดงและลอกมากเกินไป
2. ผู้ป่วยที่มีผิวสีอ่อน และเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย ควรใช้ยาในรูปของครีมโดยเริ่มต้นที่ความเข้มข้นต่ำก่อน คือใช้ครีม 0.05% หรือถ้าจะใช้ gel ก็ให้ใช้ 0.01% คนที่มีผิวคล้ำหรือทนต่อยาได้ดี ก็อาจจะใช้ครีม 0.1% gel หรือ ยาน้ำ 0.025%
3. ยาทาชนิดอื่น ควรจะหยุดหมดทุกอย่างก่อนเริ่มต้นการรักษาด้วย retinoic acidควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ฟอกสบู่อย่างมาก แค่วันละ 2 ครั้ง
4. ผู้ที่ใช้ยา retinoic acid จะทนต่อแสงแดดได้ไม่ดีนัก และยาอาจจะระคายผิวได้ จึงควรทายาเพียงวันละ 1 ครั้งก่อนนอน ทายาบางๆ ทั่วใบหน้ายกเว้นรอบตาและริมฝีปาก ควรทาบนผิวหนังที่แห่งสนิทดีแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนนอน ควรทายาภายหลังล้างหน้าแล้วอย่างน้อยที่สุด15 นาที
5. เลี่ยงการถูกแสงแดดแรงกล้า อาจจะทายากันแดดช่วยในตอนกลางวัน
6. ผิวหนังจะแดงและลอกบ้างภายใน 1 สัปดาห์ จะเป็นอยู่ประมาณ 3-4 สัปดาห์ และภายใน 2-4 สัปดาห์แรกอาจจะรู้สึกว่าสิวเห่อมากขึ้น เนื่องจากหัวสิวกำลังจะโผล่มาสู่ผิวนอก ไม่ต้องกังวล
7. กว่าหัวสิวจะหลุดหมดต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จะด่วนตัดสินผลการรักษาก่อน8 สัปดาห์ไม่ได้
8. ถ้าจะใช้เครื่องสำอาง ควรเป็นชนิด water-based cosmetic ชนิดที่ไม่เป็นมันล้างน้ำออกได้ง่าย และไม่พอกจนหนา
9. ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถทนที่จะใช้ครีมที่ ความเข้มข้น 0.05% หรือ gel 0.01%ทุกๆ วันได้ ก็ให้เว้นการทาลงบ้าง เช่น ทาคืนเว้นคืน หรือทาคืนเว้น 2 คืน
10. เมื่อรอยโรคหายไปหมดแล้ว ควรจะต้องทายานี้ต่อไปอีก

การใช้ tretinoin ร่วมกับยาต้านเชื้อแบคทีเรีย

การทา tretinoin เพื่อจุดประสงค์ในการป้องกันและกำจัด comedones ส่วนการทา benzoyl peroxide และ antibiotics ต่างๆ เพื่อกำจัดเชื้อ P. acnes และลดการอักเสบ นอกจากนั้น tretinoin ยังช่วยให้การดูดซึมของยาทาชนิดอื่นดีขึ้นด้วย มีข้อแนะนำได้กล่าวบ้างในตอนต้นคือ
1. ให้ทา tretinoin cream ตอนกลางคืน ตามคำแนะนำการใช้ 10 ข้อดังกล่าวแล้ว
2. ทา benzoyl peroxide gel หรือทา antibiotics อื่นๆ ชนิดใดชนิดหนึ่งในตอนเช้า
3. เมื่อรอยสิวหมดไปแล้ว ให้ทายาต่อไป โดยลดความเข้มข้นของยา และลดความบ่อยในการทายาลง
4. ยา tretinoin และ benzoyl peroxide ห้ามทาในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้เพราะการผสม tretinoin ซึ่งเป็นสารไม่อิ่มตัวอย่างมากกับ benzoyl peroxide ซึ่งเป็น reactive oxidantsจะทำให้ยาทั้งสองชนิดต่างถูกทำลาย
5. ยาทาที่ทำให้ผิวหนังแห้ง, ลอก และสบู่ล้างหน้า ผู้ป่วยสิวที่หน้าเป็นมันมาก การล้างหน้า ฟอกสบู่จะช่วยชะล้างความมันบนผิวหน้าออกไปได้ชั่วคราว จะเป็นประโยชน์บ้างเสริมกับการรักษาด้วยยา ทั้งนี้จะต้องไม่ล้างฟอกมากหรือบ่อยเกินไป ล้างแค่วันละ 2 หรือ 3 ครั้งอย่างมากก็พอแล้ว

สบู่ไม่สามารถกำจัดทั้งสิวหัวดำและสิวหัวขาว

การรักษาสิวในอดีต มีสบู่ ครีม โลชั่น และแป้งน้ำหลายชนิด ซึ่งมีตัวยาประกอบด้วย sulfur, resorcinol และ salicylic acid ซึ่งคิดว่าช่วยให้ผิวหนังแห้งและลอก แต่ฤทธิ์ดังกล่าวไม่ใช่ฤทธิ์กดการทำงานของต่อมไขมัน ตัวยามีฤทธิ์ลอกชั้นผิวๆ ของ stratum corneum ที่คลุมตุ่มสิวอยู่ และฤทธิ์ keratolytic ของยารักษาสิวประเภทนี้ก็ค่อนข้างจะอ่อน

ยารับประทาน
ผู้ป่วยซึ่งเป็นสิวชนิดที่รุนแรงขึ้น มี papule (หัวสิวที่อักเสบ มีลักษณะเป็นตุ่มแข็งสีแดง), pustule (หัวสิวที่เป็นหนองชนิดตื้นและลึก), cyst และแผลเป็น นอกจากจะใช้ยาทาดังกล่าวแล้ว ควรให้ยารับประทาน เช่น antibiotics ร่วมด้วย

การรักษาด้วย antibiotic จะยังประเมินผลของการรักษาไม่ได้จนกว่าให้การรักษาไปแล้ว นาน 6-8 สัปดาห์ และมักจะต้องให้ต่อไปอีกนานหลายเดือน หรือเป็นปี

1. ยาต้านเชื้อแบคทีเรีย มีหลายชนิดที่สามารถเลือกนำมาใช้รักษาสิวได้ ได้แก่
1.1 Tetracycline
เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียตัวแรกที่ควรจะเลือกใช้รักษาสิวด้วยเหตุผลหลายประการคือ เป็นยาที่ราคาถูก ผลข้างเคียงน้อยและ ผู้ป่วยสามารถทนยาได้ดีถ้าต้องใช้เป็นเวลานาน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ อาการระคายทางเดินอาหารบ้างเล็กน้อยและเกิด Candida vaginitis ถ้าเด็กหรือหญิงมีครรภ์รับประทานยานี้ จะทำให้ฟันของเด็กมี enamel hyperplasia และทำให้ฟันเปลี่ยนสี เด็กที่อายุ 12 ปีขึ้นไป ฟันแท้ขึ้นแล้วก็รับประทานยาได้ ยา tetracycline จะทำปฏิกิริยากับ metallic ions คือ AL3+, Mg2+ และ Ca2+ ซึ่งมีอยู่ในยาต้านกรดในกระเพาะอาหาร (antacid) และในอาหารประเภทผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด ดังนั้นจึงต้องไม่รับประทานยา tetracycline พร้อมกับยาและอาหารประเภทดังกล่าว ขนาดของยา tetracycline ในระยะแรกให้ 250 มก. วันละ 4 ครั้ง หรือ 500 มก. วันละ 2 ครั้ง ควรรับประทานยาเวลาท้องว่างคือ ก่อนอาหารครึ่ง ชั่วโมงหรือหลังอาหาร 2 ชั่วโมง รับประทานยาจนกระทั่งสิวทุเลาขึ้นชัดเจน จึงลดขนาดยาลงเหลือวันละ 250-500 มก.
1.2 Erythromycin
เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ 2 ที่จะเลือกนำมาใช้รักษาสิวโดยเฉพาะในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปี เริ่มยาในขนาดวันละ 1 กรัม เมื่อโรคทุเลาจึงลดขนาดลงเช่นเดียวกับ tetracycline
1.3 Minocycline
เป็นยาต้านเชื้อแบคทีเรียที่มีประโยชน์มากในการรักษาสิว ยาละลายได้ดีมากในไขมันและผ่านเข้าไปใน sebaceous follicle ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในรายที่ผลของการรักษาไม่ดีด้วยการรับประทาน tetracycline ก็ยังได้ผลดีต่อการรักษาด้วย minocycline ผลข้างเคียง อาจจะมีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าได้รับยาขนาดสูงในระยะแรกเริ่มของการรักษา ขนาดของยาในระยะแรกให้ 50 มก./วัน แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นช้าๆ ขนาดสูงสุดอาจจะถึง 100 มก. วันละ 2 ครั้ง ในรายที่การตอบสนองต่อยา tetracycline และ erythromycin ไม่ดีเท่าที่ ควรก็เปลี่ยนมาใช้ minocycline ผลจะดีขึ้น doxycycline ก็ให้ผลดีเช่นเดียวกัน
1.4 Clindamycin เป็นยาที่ได้ผลดีมากในการรักษาสิว แต่เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิด pseudomembranous colitis ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ อาจจะเลือกใช้ยานี้ได้ในรายที่เป็นสิวอย่างรุนแรง และรักษาไม่ได้ผลดีด้วยวิธีอื่นๆ ขนาดของยาที่ใช้คือ 300-450 มก./วัน

2. Retinoid
Isotretinoin เป็นอนุพันธ์ของกรดวิตามิน เอ ใช้ในการรักษาสิวชนิดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการใช้ยาปฏิชีวนะดังที่กล่าวมาแล้ว ยาตัวนี้ออกฤทธิ์ทำให้ต่อมไขมันมีขนาดเล็กลง การหลั่งไขมันลดลง ช่วยให้การสร้างเคอราตินของท่อต่อมไขมันกลับเข้าสภาพปกติ ลดการอักเสบของสิวและลดปริมาณ P. acnes ด้วย ขนาดที่ใช้คือ 20-30 มก./วัน ให้นานติดต่อกัน 16-20 สัปดาห์ จะเริ่มเห็นผลเมื่อเวลาผ่านไป 3-4 สัปดาห์ ในผู้ป่วยบางรายมีสิวเห่อมากขึ้นในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก แต่ไม่จำเป็นต้องหยุดรับประทานยา ไม่ควรใช้ร่วมกับยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracycline เนื่องจากอาจทำให้เกิดภาวะ pseudotumor cerebri

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ cheilitis, xerosis, conjunctivitis การเปลี่ยนแปลงของระดับโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และ SGOT สูงขึ้น ผลข้างเคียงที่สำคัญ คือ teratogenic effect พบได้ถึงร้อยละ 30 ในหญิงมีครรภ์ขณะรับประทานยาตัวนี้ ฉะนั้นควรหยุดยาอย่างน้อย 2 เดือนก่อนตั้งครรภ์

3. ฮอร์โมน
Cyproterone acetate ยาตัวนี้ออกฤทธิ์เป็นตัวต้าน androgen คุณสมบัติของยานี้คือ ลดขนาดและการหลั่งไขมันของต่อมไขมัน ใช้ได้เฉพาะผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีสิวสัมพันธ์กับการมีประจำเดือน หรือในผู้หญิงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาสิว ด้วยยาปฏิชีวนะทั่วๆ ไปที่กล่าวไปแล้ว ยาที่มีขายใน ท้องตลาดในรูปของยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีส่วนผสมของ cyproterone acetate 2 มก. และ ethinyl estradiol 0.05 มก. ยา 1 แผงประกอบด้วยยา 21 เม็ด เริ่มรับประทานยาเม็ดแรก ในวันแรกที่มีประจำเดือน เริ่มเห็นผลเมื่อใช้ยาไปนาน 3-4 เดือน ควรใช้ยานาน 6-12 เดือน โดยใช้ ควบคู่ไปกับยาทารักษาสิว ผลของการรักษาใกล้เคียงกับการใช้ tetracycline 1 กรัม/วัน

ผลข้างเคียงคล้ายคลึงกับยาคุมกำเนิดทั่วๆ ไป คือ คลื่นไส้ อาเจียน น้ำหนักตัวเพิ่ม ประจำเดือนผิดปกติ และเป็นฝ้า ไม่ใช้ยานี้ในผู้ชาย เด็ก ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 16 ปี หรือผู้หญิงอายุมากมีประวัติสูบบุหรี่จัด มี varicose vein

4. Spironolactone
ออกฤทธิ์ต้าน androgen ลด testosterone และ dehydroepian-drosterone ซึ่งทำให้ขนาดของต่อมไขมันและปริมาณของไขมันลดลงด้วย ยานี้ใช้ในผู้หญิงที่ไม่สามารถใช้ยา cyproterone acetate ได้ ไม่ควรใช้ยาตัวนี้ใน ผู้ชาย เนื่องจากทำให้เกิดภาวะ libido และหน้าอกโตขึ้นได้ ขนาดที่ใช้คือ 100-200 มก. รับประทานยานาน 6-12 เดือน โดยใช้ร่วมกับยาทารักษาสิว

การรักษาโดยวิธีทางกายภาพ

1. การใช้ความเย็น (liquid nitrogen) ใช้ไม้พันสำลีจุ่มใน liquid nitrogen และแตะที่สิวอักเสบที่เป็นซีสต์ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 วินาที แต่ละครั้งห่างกันนาน 2 นาที จุดประสงค์เพื่อช่วยลดการอักเสบ และความเย็นจะทำให้ผนังของซีสต์ถูกทำลายไป

2. การกดสิว ใช้รักษาสิวที่ไม่อักเสบทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว เพื่อช่วยให้การกดสิวเป็นไปได้ง่ายขึ้น การกดสิวต้องทำให้ถูกหลักวิธี และสะอาด มิฉะนั้นจะทำให้หัวสิวที่อุดตันอยู่หลุดลงไปในชั้นหนังแท้ และทำให้เกิดการอักเสบมากกว่าเดิม

3. การฉีดสตีรอยด์ใต้หัวสิว ใช้ Kenacort® ความเข้มข้น 2.5 มก./มล. ในปริมาณ 0.25-0.1 มล. ฉีดเข้าที่ถุงสิวด้วยความระมัดระวัง การฉีดสตีรอยด์จะทำให้การอักเสบของสิวลดลงอย่างรวดเร็ว ข้อพึงระวัง คือ การฉีดยาลึกเกินไปหรือปริมาณยามากเกินไป ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิด atrophy หรือ purpura ขึ้นได้

        อยากรู้มากกว่านี้ www.achute.com

                                www.achute.com

ความคิดเห็น

  1. 1
    sectional sofas for small spaces
    sectional sofas for small spaces info@sofa-a.com 30/07/2012 14:52








    Hello here, 


    Frankly I think that's absolutely amazing stuff in this post. Please continue posting such informative items.


    With Best Wishes


    <strong><a title="bedroom" href="http://Bedroom-a.com/">bedroom</a> | <a title="sofa" href="http://sofa-a.com/">sofa</a> | <a title="kitchen" href="http://kitchen-a.com/">kitchen</a> | <a title="bathroom" href="http://bathroom-a.com/">bathroom</a> | <a title="living room" href="http://living-room-a.com/">living room</a></strong> 



  2. 2
    จ่ะ
    จ่ะ manfar8674@hotmail.com 10/04/2011 15:49
    ไม่อยากเป็นสิวเลย ทำไงดี ???
  3. 3
    รัตน์
    รัตน์ radjang_23@hotmail.com 10/03/2011 14:53
    สำหรับผู้ที่สนใจในมาสเตอร์คลีน ลองเข้าไปดูที่เว็บ www.springoflifeth.com หรือ www.springoflifeshop.ibuy.co.th ได้นะคะ เดือนนี้จัดโปรโมชั่นดี ๆ ลองเข้ามาดูก่อนได้ค่ะ ของแท้แน่นอน รับประกันคะ
  4. 4
    Beer
    Beer pheonixnana@hotmail.com 01/03/2011 23:04
    http://www.9thai9.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2.html
  5. 5
    ฝน
    ฝน rain_sassy@hotmail.com 27/12/2010 18:52
    เปนสิวหิน ใช้เเล้ว จะหายมั้ยอะคะ มาสเตอร์คลีนเนี่ย
  6. 6
     มลคร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    อยากหายเปงสิวจังเลยคร้าเปงสิวมานานมากแล้วม่ายหายสักทีใช้มาก็เยอะแต่ไม่หายสักทีหายแล้วเดี๋ยวก็เปงอีก  อยากน่าเนียนเรียบใส่ๆบางจังเลยสิวมันชอบขึ้นบริเวณรอบๆปากเปงแล้วก็หายแล้วก็กลับมาเปงอีกเคยไปหาหมอมาหมอบอกว่าเปงคนน่าบางต้องใช้อะไรที่อ่อนๆอยากหายเปงสิวจัง

    ..................................... เซ็งที่สุด .....................................

    ใครมีวิธีรักษาช่วยบอกหน่อย
  7. 7
    เอ็ม
    เอ็ม 08/09/2010 12:31

    มาสเตอร์คลีนมีขายที่นครสวรรค์มั้ยคะ

  8. 8
    ลีญ่า
    ลีญ่า leeya@hotmail.com 28/07/2010 14:00
  9. 9
    ดอย
    ดอย doy-do-doy@hotmail.com 03/03/2010 01:57

    -*0-ผมสิวปุมเเดงเม็ดเล็กเต็มไปหมด ส่วนมากจะเป็นเเผลเป็น ผมลองใช้โฟมล้างหน้าดูสิวขึ้นเยอะกว่าไม่ใช้อีก งง

  10. 10
    เปิ้ล
    เปิ้ล 22/12/2009 23:40

    อยากหายเปงสิวอ่า ทามไงช่วยบอกทีนะ หน้าเปงหลุมเต็มเลย อยากหายอ่า

 1  2 [Next]

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*



package


sun protect
re
tig
pro
shop

Collect Point
how to use
ร่วมสนุก ส่งรูปหลังใช้ผลิตภัณฑ์ อาชูเต้ รับสินค้าไปใช้ฟรี

e

HOW TO BE MEMBER

profile

ACHUTE'
GMP
call center

webboard





















extract
  Copyright 2005-2010 Achute'cosmetic All rights reserved.
view